Menu

แอสไพรินและหมึก ยุค 2018

 

แอสไพรินและหมึก ยุค 2018

 นับตั้งแต่เอ็ดเวิร์ด สโตน แห่ง มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ค้นพบส่วนประกอบกัมมันต์ของแอสไพรินครั้งแรกจากเปลือกต้นวิลโลว์ใน ค.ศ. 1763 จนถึง แอสไพรินถูกจัดอยู่ในรายการตัวแบบยาจำเป็นขององค์การอนามัยโลก (WHO Model List of Essential Medicines) ซึ่งเป็นยารักษาโรคสำคัญที่สุดซึ่งจำเป็นในระบบสุขภาพพื้นฐาน แต่เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง มีข่าวการแช่หมึกในแอสไพรินของพ่อค้ารายหนึ่ง เพื่อให้หมึก เด้ง เต่งตึง ดูน่ากิน ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่อันตรายมาก

ทำให้นึกถึงคำกล่าวที่ว่า อยู่ถูกที่ถึงจะมีค่า

เห็นทีจะใช้ได้จริงกับเหตุการณ์นี้ เพราะถ้าหากแอสไพรินอยู่ในร่างกายเพื่อเป็นยาลดไข้ แก้อาการปวด บรรเทาอาการอักเสบ และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือด เช่น เส้นเลือดสมองอุดตัน เส้นเลือดหัวใจอุดตัน และเส้นเลือดที่ขาอุดตัน นั่นหมายความได้ว่า แอสไพรินมีค่าอย่างยิ่ง

ฉันใดฉันนั้น ถ้าแอสไพรินอยู่ไม่ถูกที่ ก็มีโทษมหันต์ได้เช่นเดียวกัน

จะเรียกพ่อค้าที่แช่หมึกในแอสไพรินว่า ฆาตกรเลือดเย็น ก็ดูจะไม่เกินจริงแต่อย่างใด เพราะแอสไพรินเป็นยาที่มีข้อควรระวังในการใช้
และมีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนเหล่านี้ กลุ่มผู้ที่แพ้ยาแอสไพริน (Aspirin) และยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ผู้ป่วยโรคแผลในกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยโรคหืด ลมพิษ
หวัดภูมิแพ้ โรคเกาต์ (Gout) หญิงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 3 หญิงให้นมบุตร ผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ผู้ป่วยโรคไตชนิดไตวายเรื้อรัง เป็นต้น และข้อมูลนี้ จะเป็นที่น่าตกใจอย่างยิ่งสำหรับช่วงเทศกาลที่มีการเฉลิมฉลองของไทยด้วยเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และกินอาหารทะเลปิ้งย่างกัน เพราะแอสไพรินถูกระบุว่าต้องหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะเสริมฤทธิ์กันทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารมากยิ่งขึ้น

มีสองคำถามให้ทุกท่านช่วยกันคิด คำถามแรก

ถ้าหากท่านเป็นพ่อค้าที่ขายหมึก แล้วต้องแช่แอสไพรินเพื่อให้หมึกมีน่าตาน่ารับประทาน ท่านภูมิใจหรือไม่ กับเงินที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตของคนที่เชื่อใจเรา
ถ้าไม่อยากเป็นฆาตกร ท่านสามารถรักษาความสดของหมึกด้วยการแช่ในน้ำแข็งเปล่าที่ใส่เกลือเกร็ดใหญ่

ซึ่งจะช่วยให้ผิวหมึกเต่งตึง ไม่เหลว คล้ายกับการทำไอศกรีมหลอด

คำถามที่สองถ้าท่านอยู่ในฐานะผู้บริโภค จะทำอย่างไรให้ปลอดภัย ควรเลือกซื้อปลาหมึกที่ยังไม่ได้ลอกหนังเพราะโดยปกติแล้ว พ่อค้าจะแช่สารเคมีต่างๆหลังจากที่ลอกหนังแล้วเท่านั้น หรือต้องสังเกตสีและความสดด้วยตาตัวเอง หมึกต้องใส ไม่ขุ่น เห็นตาดำด้านในได้อย่างชัดเจน หัวและลำตัวของหมึกต้องติดกันแน่น ไม่หลุดรุ่ย และต้องดึงออกจากกันได้ยาก เนื้อปลาหมึกต้องแน่น ไม่เละ เมื่อทดลองกดดู ต้องคืนตัวได้ทันที เยื่อหุ้มตัวหมึกต้องไม่หลุดรุ่ย ไม่ควรซื้อ หนวดปลาหมึกควรมีสภาพสมบูรณ์ แข็งและไม่เปื่อยยุ่ย เมื่อทดลองดมกลิ่น ต้องมีกลิ่นคาวตามธรรมชาติ ไม่เหม็นเน่า และไม่มีกลิ่นสารเคมี ถุงน้ำหมึกต้องอยู่สภาพสมบูรณ์ ไม่แตกหรือฉีกขาด เพราะฉะนั้นแล้ว เราต้องเลือกสรรสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดให้กับร่างกายของเรา โดยสิ่งที่มีคุณค่าไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ความสวยงามที่เห็นเท่านั้น หากแต่หมายถึงคุณประโยชน์ที่ได้รับและไม่เกิดโทษต่อร่างกายของเราอีกด้วย

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *